สายพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ที่ได้มาตรฐาน ของสำคัญที่ควรมีติดไว้ในรถยนต์ทุกคัน

0
362

       คนใช้รถยนต์ทุกคนล้วนต้องเคยประสบกับปัญหาแบตเตอรี่หมดหรือเสื่อมโดยไม่คาดคิดมาก่อนกันทั้งนั้น หากแบตเตอรี่หมดในเวลาที่คุณไม่ได้เร่งด่วนมาก ขอเพียงคุณมีเวลาคอยสักหนึ่งชั่วโมง และที่สำคัญมีต้องเงินในกระเป๋าพอ ที่จะซื้อแบตเตอรี่ลูกใหม่ คุณก็แค่เลือกใช้วิธีโทรสั่งแบตเตอรี่มาเปลี่ยนให้ถึงที่ได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าหากแบตเตอรี่รถยนต์หมดในช่วงเวลาที่คุณไม่สะดวกที่จะรอคอย และไม่พร้อมที่จะซื้อแบตเตอรี่ลูกใหม่ในทันที วิธีเดียวที่จะช่วยคุณให้ไปต่อได้ก็คือขอต่อสายพ่วงแบตเตอรี่จากรถคันอื่น แต่ถ้าจะไปโบกรถขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแล้วยังจะขอใช้สายพ่วงแบตเตอรี่ของเขาอีก ก็จะทำให้เราดูเหมือนคนใช้รถยนต์ที่ไม่มีการเตรียมพร้อม ไม่รับผิดชอบตัวเอง และเป็นการรบกวนผู้อื่นมากเกินไป วิธีที่ดีที่สุดก็คือเราควรมีสายพ่วงแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐานดีๆ ติดรถไว้ใช้ยามฉุกเฉินสักอัน

วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกซื้อสายพ่วงแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐาน

       โดยปกติแล้วสายพ่วงแบตเตอรี่มีขายอยู่ทั่วไป สามารถหาซื้อง่ายมากตามแผนกประดับยนต์ของห้างสรรพสินค้าต่างๆ  มีตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงราคาหลักพันบาท แม้หน้าตาสายพ่วงแบตเตอรี่จะเหมือนๆกันหมด คือมีปากคีบสองด้านระหว่างสายไฟ แต่จริงๆ แล้วสายพ่วงแบตเตอรี่จะมีคุณภาพที่แตกต่างกันออกไป สิ่งแรกที่เราควรดูก็คือเรื่องของแอมป์ สายพ่วงแบตเตอรี่จะมีขนาดแอมป์ระบุไว้ข้างซองพลาสติก เช่น ขนาด 120 แอมป์  ขนาด 220 แอมป์  ขนาด 300 แอมป์ ขนาด 400 แอมป์ แม้แต่ 500 แอมป์ก็ยังมี เราจะเลือกแอมป์เท่าไรดี?  เซียนรถยนต์แนะนำว่าเลือกแอมป์ขนาดใหญ่ไว้ดีกว่าเพราะสามารถใช้พ่วงได้กับรถทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก  แต่ขนาดแอมป์ก็ยังไม่สำคัญเท่ากับปริมาณทองแดงในสายไฟพ่วงแบตเตอรี่ รวมทั้งคีมคีบด้วย

วิธีการเลือกสายพ่วงแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐาน

       คือควรเลือกสายไฟที่มีขนาดใหญ่ ใหญ่ในที่นี้ไม่ใช่ดูแค่พลาสติกสายไฟใหญ่ แต่หมายถึงเนื้อปริมาณทองแดงข้างในต้องมีปริมาณมากด้วย  เรียกว่ายิ่งมากยิ่งดี โดยหน่วยปริมาณทองแดงที่นิยมเลือกใช้คือ   25 sq.mm. หรือ 35 sq.mm. เมื่อเลือกปริมาณทองแดงได้แล้ว ก็ขอให้เลือกดูคีมคีบขั้วแบตเตอรี่ด้วย โดยให้เลือกปากคีมที่มีขนาดใหญ่ได้มาตรฐาน มีแรงหนีบมั่นคงแข็งแรง พวกคีมที่ขนาดใหญ่กว่าไม้หนีบผ้านิดเดียวไม่ต้องเลือกมาใช้โดยเด็ดขาด อันดับต่อมาก็คือเลือกขนาดความยาวของสายพ่วงแบตเตอรี่ ขนาดปกติคือ 2 เมตร, 2.5 เมตร, 3 เมตร, 4 เมตรก็ยังพอมี ขนาด 2-3 เมตรก็น่าจะเพียงพอแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ควรพิจารณาคือสายพ่วงแบตเตอรี่นั้นได้รับการรับรองสินค้ามาตรฐานจากหน่วยงานใดบ้างหรือเปล่า หากได้รับการรับรองก็ยิ่งน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

       เราควรมีสายพ่วงแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐานติดรถยนต์ไว้ หลายคนไม่ยอมซื้อเพราะคิดว่านานๆ ใช้ทีซื้อไปก็ไม่คุ้ม แต่ขอบอกไว้เลยว่าเวลาจำเป็นต้องใช้สายพ่วงแบตเตอรี่แล้วไม่มีให้ใช้ นี่ยิ่งไม่คุ้มกว่าหลายเท่า

***ใครยังไม่มีสายพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์  รีบไปหาซื้อติดรถไว้เลย***

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here